การดื่มอย่างถูกวิธีและประโยชน์ของน้ำ

การดื่มอย่างถูกวิธีและประโยชน์ของน้ำ
| | 0 Comments

“น้ำ” อย่างที่เรารู้ๆ กันดีว่าน้ำนั้นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสิ่งมีชีวิตที่เราไม่อาจมองข้ามมันหรือลืมกินได้ เพราะหากร่างกายของเราขาดน้ำก็จะตาย แต่ถึงกระนั้นในปัจจุบันก็ยังไม่มีวิธีการที่จะกำหนดความถี่ในการดื่มน้ำอย่างเป็นเฉพาะเจาะจงเพียงแต่กำหนดเอาไว้คร่าวๆ เท่านั้นว่าคนเราวันหนึ่งควรดื่มน้ำ 8 แก้วต่อวัน

และหากใครยังรู้สึกว่าการรับประทานน้ำไม่ใช่สิ่งสำคัญ เชิญทุกท่านลองมาชมประโยชน์ต่างๆ ของน้ำเผื่อว่าจะช่วยประกอบการตัดสินใจของทุกคนได้ดียิ่งขึ้น

โดยข้อดีของการดื่มน้ำเปล่าที่ว่านี้มีตั้งแต่เรื่องที่ว่าน้ำเป็นตัวช่วยปรับสมดุลให้กับร่างกาย อีกทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้ผิวแห้งกร้าน เหี่ยวย่น ทำให้ผิวพรรณดูมีน้ำมีนวลสดใส ทำให้ดวงตาดูมีสีสันแลดูมีชีวิตชีวาไม่อิดโรย นอกจากนี้น้ำยังช่วยในระบบไหลเวียนโลหิต ช่วยให้สมองทำงานได้ไว และยังช่วยชะลอกลิ่นปาก ชะลอความแก่ ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับร่างกาย แถมยังป้องกันเชื้อโรคไม่ให้เข้าสู่ร่างกายอีกด้วย

เมื่อทุกคนรู้ว่าการดื่มน้ำสำคัญอย่างนี้แล้วก็คงจะไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่าน้ำไม่สำคัญ แต่จะมีใครรู้บ้างหรือไม่ว่าการดื่มน้ำ ถ้าดื่มให้ถูกวิธีก็จะส่งผลให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อร่างกายของเรา โดยการดื่มน้ำให้ถูกวิธีก็จะมีวิธีการดังต่อไปนี้

  1. ควรดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง นั่นก็คือน้ำที่ไม่เย็นไปไม่ร้อนไป ยกเว้นในตอนช่วงเช้าที่ควรดื่มน้ำอุ่นเพื่อช่วยในการขับถ่าย ส่วนก่อนนอนก็ควรดื่มน้ำอุ่นเพื่อช่วยให้หลับสบาย
  2. ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หรือทางที่ดีให้คำนวณจากน้ำหนักของตัวเรา เช่น หากเราน้ำหนัก 75 กก. ก็ควรจะดื่มน้ำ 3 ลิตร หรือคิดเป็นน้ำทั้งหมด 15 แก้ว
  3. ควรดื่มน้ำแบบเป็นเวลา เริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าควรดื่มน้ำหลังตื่นนอน 2-4 แก้ว ระหว่างวันควรดื่มน้ำ 1 แก้วทั้งก่อนและหลังอาหาร และในช่วงสาย บ่าย เย็น และก่อนนอน ก็ควรจะดื่มน้ำครั้งละ 1 แก้วเช่นกัน
  4. ไม่ควรดื่มน้ำรวดเดียวหมดเพราะไม่เป็นผลดีต่อร่างกายและอาจทำให้ร่างกายเกิดภาวะน้ำเป็นพิษได้
  5. อย่าดื่มน้ำระหว่างที่รับประทานอาหารเพราะอาจจะทำให้น้ำย่อยเจือจางและย่อยอาหารได้ไม่ดี ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่ดีนัก ควรดื่มน้ำหลังจากรับประทานอาหารไปสักครึ่งชั่วโมงแล้ว
  6. หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเย็นและน้ำอัดลมเพราะจำเป็นที่ร่างกายจะต้องไปดึงความร้อนในร่างกายออกมาเพื่อช่วยในการดูดซึม ทำให้ร่างกายเสียเวลาในการปรับสมดุลและสูญเสียพลังงาน