อาการปวดหลังในวัยทำงาน

อาการปวดหลังในวัยทำงาน
| | 0 Comments

                “ไม่ปวดหลัง เป็นลาภอันประเสริฐ” ประโยคนี้ เมื่อก่อนฟังแล้วอาจจะดูตลก แต่พอได้ประสบแล้วพูดเลยว่า จริงเป็นที่สุด เพราะอาการปวดหลังทรมานซะเหลือเกิน จะลุกก็โอย จะนั่งก็โอย ปวดไปทั้งหมด  โดยอาการปวดหลังนั้นสามารถเกิดได้กับทุกวัย ตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น  วัยกลางคน หรือผู้สูงอายุ แต่ส่วนใหญ่คนที่อายุน้อย เมื่อมีอาการปวดหลังก็มักจะไม่เป็นอันตราย เช่น ออกกำลังกายเล่นกีฬามากไปทำให้กล้ามเนื้อยอกมากกว่า ขณะที่ คนสูงอายุ จะมีโอกาสที่เกิดภาวะกระดูกพรุน เนื้องอก ข้อกระดูกเสื่อม หมอนรองกระดูกผิดปกติ ได้มากกว่าวัยอื่นๆ โดยอาการปวดหลังส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นกับวัยทำงาน เนื่องจาก บางคนต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานกว่าวันละ 8 ชั่วโมง ซึ่งการนั่งทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานานนั้น มักจะทำให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อเนื่องจากกล้ามเนื้อบริเวณหลังต้องเกร็งตัวตลอดเวลาจนทำให้เกิดอาการเมื่อยล้า และเมื่อไม่ได้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนท่าทาง ทำให้กล้ามเนื้อต้องทำงานต่อเนื่องยาวนาน จากนั้นจึงไม่ใช่แค่ อาการเมื่อยล้าแต่เป็นการปวดหลัง เพราะกล้ามเนื้อเกร็งตัวจนขาดเลือดไปเลี้ยง รวมถึงมีกรดแลคติดสะสมในกล้ามเนื้ออันเกิดจากความเหนื่อยล้า เมื่ออาการนี้สะสมยาวนาน ก็จะกลายเป็นปัญหาต่อการทำงานได้ เพราะกล้ามเนื้อจะเริ่มเสื่อมประสิทธิภาพลงเรื่อยๆ

                แนวทางในการรักษาอาการปวดหลังในเบื้องต้นนั้น จะเรียกว่าการรักษาแบบอนุรักษ์นิยม  เช่น การกายภาพบำบัด การใช้ยาลดอาการปวดหรือคลายกล้ามเนื้อ การใส่เครื่องพยุงหลัง อบความร้อน บีบนวด การบริหารกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรง หรือการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมการทำงาน สำหรับกลุ่มที่เป็นระยะแรก หรืออาการไม่รุนแรง ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่สาเหตุไม่ร้ายแรง ดังนั้น การรักษาด้วยวิธีนี้มักจะสำเร็จ โดยในการรักษาจะต้องมีการพบแพทย์เพื่อทำการปรึกษาก่อนที่จะเป็นขั้นตอนของการรักษาต่อไป

                สำหรับวิธีการป้องกันนั้น จะต้องมีการปรับท่าทางในวิถีชีวิตประจำวันอยู่เสมอ หากในการทำงานที่ต้องมีการนั่งนานๆ ไม่สามารถลุกไปไหนได้ ลองมองหาอุปกรณ์เสริมต่างๆ มาเพื่อเสริมให้การนั่งถูกวิธี หรือการปรับเปลี่ยนท่านั่งในการทำงานที่ถูกวิธี ฝึกนั่งตัวตรง นั่งให้เต็มก้น โดยหลังพิงพนักได้พอดี ปรับเก้าอี้ให้สูงพอเหมาะกับโต๊ะทำงาน โต๊ะไม่สูงหรือต่ำเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดหลังเช่นกัน และหมั่นยืดกล้ามเนื้อส่วนสะโพก เนื่องจากกล้ามเนื้อบริเวณสะโพก (Hip Flexor) ซึ่งทำหน้าที่ในการงอสะโพกมาทางด้านหน้า หดสั้นจนเกิดการตึงตัว เมื่อยืนขึ้นทำให้เกิดการดึงรั้งที่กระดูกสันหลังส่วนล่าง ส่งผลให้เกิดอาการปวดหลังได้  ดังนั้นการยืดกล้ามเนื้อบริเวณนี้ สามารถทำได้โดยท่ากึ่งคุกเข่า (Half Kneeling) ให้ขาข้างที่ต้องการยืดอยู่ข้างหลัง ส่วนข้างที่ไม่ต้องการยืดก้าวไปข้างหน้า จากนั้นให้ถ่ายน้ำหนักไปยังขาด้านหน้า โดยต้องรู้สึกตึงที่บริเวณสะโพกข้างตรงข้าม บางครั้งอาจรู้สึกตึงที่กระดูกสันหลังส่วนล่างด้วย