ยาทาเชื้อราในร่มผ้า

เชื้อราในร่มผ้า รักษาอย่างไร

            อาการคันในร่มผ้าหรือบริเวณจุดซ่อนเร้นที่เกิดจากเชื้อราในร่มผ้าทั้งเพศชายและเพศหญิงเป็นเรื่องที่หลายคนรู้สึกรำคาญใจและไม่สามารถเกาให้เห็นในที่สาธารณะได้ ดังนั้นตัวช่วยในเรื่องของอาการคันในร่มผ้าก็คือยาทาเชื้อราในร่มผ้านั่นเองค่ะ ซึ่งก่อนที่จะไปดูในเรื่องของยาทาเชื้อราในร่มผ้านั้นเราก็มาดูสาเหตุของการเกิดเชื้อราในร่มผ้ากันก่อนจะได้เลือกใช้ยาทาเชื้อราในร่มผ้าเพื่อรักษาอาการคันได้อย่างตรงจุด เชื้อราในร่มผ้าเกิดขึ้นได้อย่างไร?             สาเหตุของการเกิดเชื้อราในร่มผ้านั้นก็มีอยู่ด้วยกันหลายประการเลยทีเดียว ซึ่งสาเหตุหลักๆโดยทั่วไปแล้วก็มักจะเกิดขึ้นมาจากการดูแลความสะอาดในบริเวณจุดซ่อนเร้นที่ไม่ดีพอทำให้บริเวณนั้นไม่สะอาดและเกิดความอับชื้น การใส่ผ้าอนามัยผืนเดิมเป็นเวลานาน รวมไปถึงการใส่เสื้อผ้าหรือกางเกงที่มีการรัดแน่นจนเกินไปก็ปวดหัวแต่เป็นสาเหตุให้มีการเจริญเติบโตของเชื้อราได้ดีด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ในผู้ที่มีการใช้ยาปฏิชีวนะติดต่อกันเป็นเวลานาน การสวนล้างจุดซ่อนเร้นด้วยสบู่หรือน้ำยาที่มากจนเกินไปก็จะมีผลทำให้เชื้อแบคทีเรียที่มีอยู่ตามธรรมชาติในช่องคลอดหรือจุดซ่อนเร้นนั้นถูกทำลายและเสียสมดุลลงไป ทำให้เชื้อราสามารถเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ก็ยังมีในเรื่องของภูมิคุ้มกันร่างกายที่อ่อนแอลงอย่างเช่นอยู่ในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์หรือเป็นโรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันรวมไปถึงการติดเชื้อมาจากการมีเพศสัมพันธ์จากคู่นอนอีกด้วย การรักษาเชื้อราในร่มผ้าด้วยยาทาเชื้อราในร่มผ้า             สำหรับผู้ที่มีอาการคันเนื่องจากเชื้อราในร่มผ้านั้นก็สามารถใช้การรักษาด้วยยาทาเชื้อราในร่มผ้าตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัด ซึ่งยาทาเชื้อราในร่มผ้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นยารักษาแบบภายนอกโดยยาทาเชื้อราในร่มผ้าที่ได้รับความนิยมก็จะเป็นไหนรูปแบบครีมที่สามารถดูดซึมได้ง่าย ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และไม่ทำให้รู้สึกเหนียวเหนอะหนะในบริเวณจุดซ่อนเร้น ซึ่งตัวยาก็จะออกฤทธิ์เพื่อฆ่าเชื้อราที่อยู่บนผิวหนังโดยตรงโดยยาทาเชื้อราในร่มผ้าที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันก็จะเป็นยาทาเชื้อราในกลุ่ม Clotrimazole (โคลไตรมาโซล) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อทางการค้าว่าคาลเนสเทน (calnesten) ซึ่งก็มีจำหน่ายอยู่ด้วยกันมากมายหลายยี่ห้อในประเทศไทย โดยเป็นตัวยาที่สามารถออกฤทธิ์ได้กว้างสามารถฆ่าเชื้อราได้หลายชนิด นอกจากนี้ก็ยังมียาทาเชื้อราในร่มผ้าสำหรับใช้ในสตรีมีครรภ์โดยเฉพาะอีกด้วย ต้องใช้ยาทาเชื้อราในร่มผ้านานแค่ไหน?            

0 Comments
กายภาพบำบัด

5 เรื่องที่เราจะต้องศึกษาในการทำกายภาพบำบัด

ในการทำกายภาพบำบัด นั้นมีเรื่องราวต่าง ๆ มากมายที่เราจะต้องเรียนรู้นะครับดังนั้นในบทความนี้เราเราอยากจะขอเรื่องที่เราจะต้องศึกษาในเรื่องของการทำกายภาพบำบัด เพื่อที่ใครที่ดูแลผู้ป่วยติดเตียงอยู่ หรือ อยากจะเริ่มระดับการดูแลให้ดียิ่งขึ้นในการทำกายภาพบำบัด มาลองดูดีกว่าครับว่ามีเรื่องอะไรที่เราจะต้องศึกษาบ้าง   ศึกษาท่าทางการกายภาพบำบัดให้ถูกวิธี   อย่างแรกเลยนั้นคือในเรื่องของการทำกายภาพบำบัดนั้นเราจะต้องระมัดระระวังในการทำกายภาพบำบัดให้ดีนะครับเพราะว่าการทำกายภายภาพบำบัดนั้นถึงดูจะไม่ใช่เรื่องที่ยากแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายด้วยเช่นกัน ดังนั้นสำหรับใครที่ดูแลผู้ป่วยติดเตียงอยู่และต้องการทำกายภาพบำบัดนั้นเราจะต้องดูแลในเรื่องของท่าทางในการทำกายภาพบำบัดให้ดีนะครับเพื่อความปลอดภัยในการทำกายภาพบำบัดนะครับ จะได้ไม่เกิดอันตรายขึ้นในระหว่างที่ทำกายภาบำบัดนะครับ   ศึกษาเรื่องการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยให้ดี   เนื่องจากผู้ป่วยที่ต้องทำกายภาพบำบัดนั้นหมายความว่าจะต้องเป็นผู้ป่วยที่ไม่สามารถขยับได้เองมาอย่างยาวนานดังนั้นกระดูกจะไม่แข็งแรงเหมือนกับคนปกตินะครับ ดังนั้นเรื่องของกระดูกนั้นสำคัญไม่แพ้กันถ้าหากว่าเราเคลื่อนย้ายผิดท่าก็อาจจะทำให้ผู้ป่วยนั้นเกิดอันตรายเอาได้นะครับดังนั้นอีกข้อที่ต้องระวังไว้เลยนั้นคือในเรื่องของการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยให้ดีนะครับ เพราะว่าอาจจะทำให้เกิดอันตรายในระหว่างที่เราเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเอาได้นะครับ  ดังนั้นก่อนที่เราจะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเราควรศึกษาให้ดีก่อนนะครับ   ใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เป้นประโยชน์ในการทำกายภาพบำบัด   การทำกายภาพบำบัดนั้นไม่ใช่เพียงแค่ใช้ตัวเราเท่านั้นนะครับในการทำกายภาพบำบัด แต่ว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็สามารถที่จะนำมาใช้เป็นอุปกรณ์ในการทำกายภาพกายภาพบำบัดได้ด้วยเช่นกันนั้นะครับ แต่ว่าจะต้องอ้างอิงในเรื่องของความปลอดภัยให้เป้นหลักนะครับเพราะว่าถ้าหากว่าเรานำอุปกรณ์ที่ไม่มีมาตรฐานมาใช้ในการเป็นอุปกรณ์ทำกายภาพบำบัดอาจจะเกิดอันตรายต่อผู้ป่วยเอาได้นะครับ   ศึกษาและมองหาผู้ช่วยในการดูแล   เชื่อว่าการทำกายภาพบำบัดนั้นการที่เราดูแลคนเดียวอาจจะเกิดความเหนื่อยล้า อย่างมาก และ เกิดความเหนื่อยล้าสะสมนะครับดังนั้นถ้าหากว่าเราเกิดความเหนื่อยล้ามากเกินไปก็ให้เรามองหาผู้ช่วยที่สามารถดูแลเราในส่วนนี้ได้นะครับ โดยเราอาจจะมองหาผู้ดูแลที่มีความรู้ในด้านนี้มาช่วยดูแลก็ได้นะครับ จะได้ทำให้เรานั้นไม่ต้องเหนื่อยล้ามากเกินไปและเราจะได้มีเวลาพักผ่อน และ

0 Comments
อาการปวดหลังในวัยทำงาน

อาการปวดหลังในวัยทำงาน

                “ไม่ปวดหลัง เป็นลาภอันประเสริฐ” ประโยคนี้ เมื่อก่อนฟังแล้วอาจจะดูตลก แต่พอได้ประสบแล้วพูดเลยว่า จริงเป็นที่สุด เพราะอาการปวดหลังทรมานซะเหลือเกิน จะลุกก็โอย จะนั่งก็โอย ปวดไปทั้งหมด  โดยอาการปวดหลังนั้นสามารถเกิดได้กับทุกวัย ตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น  วัยกลางคน หรือผู้สูงอายุ แต่ส่วนใหญ่คนที่อายุน้อย เมื่อมีอาการปวดหลังก็มักจะไม่เป็นอันตราย เช่น ออกกำลังกายเล่นกีฬามากไปทำให้กล้ามเนื้อยอกมากกว่า ขณะที่ คนสูงอายุ จะมีโอกาสที่เกิดภาวะกระดูกพรุน เนื้องอก ข้อกระดูกเสื่อม หมอนรองกระดูกผิดปกติ ได้มากกว่าวัยอื่นๆ โดยอาการปวดหลังส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นกับวัยทำงาน เนื่องจาก บางคนต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานกว่าวันละ

0 Comments
การดื่มอย่างถูกวิธีและประโยชน์ของน้ำ

การดื่มอย่างถูกวิธีและประโยชน์ของน้ำ

“น้ำ” อย่างที่เรารู้ๆ กันดีว่าน้ำนั้นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสิ่งมีชีวิตที่เราไม่อาจมองข้ามมันหรือลืมกินได้ เพราะหากร่างกายของเราขาดน้ำก็จะตาย แต่ถึงกระนั้นในปัจจุบันก็ยังไม่มีวิธีการที่จะกำหนดความถี่ในการดื่มน้ำอย่างเป็นเฉพาะเจาะจงเพียงแต่กำหนดเอาไว้คร่าวๆ เท่านั้นว่าคนเราวันหนึ่งควรดื่มน้ำ 8 แก้วต่อวัน และหากใครยังรู้สึกว่าการรับประทานน้ำไม่ใช่สิ่งสำคัญ เชิญทุกท่านลองมาชมประโยชน์ต่างๆ ของน้ำเผื่อว่าจะช่วยประกอบการตัดสินใจของทุกคนได้ดียิ่งขึ้น โดยข้อดีของการดื่มน้ำเปล่าที่ว่านี้มีตั้งแต่เรื่องที่ว่าน้ำเป็นตัวช่วยปรับสมดุลให้กับร่างกาย อีกทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้ผิวแห้งกร้าน เหี่ยวย่น ทำให้ผิวพรรณดูมีน้ำมีนวลสดใส ทำให้ดวงตาดูมีสีสันแลดูมีชีวิตชีวาไม่อิดโรย นอกจากนี้น้ำยังช่วยในระบบไหลเวียนโลหิต ช่วยให้สมองทำงานได้ไว และยังช่วยชะลอกลิ่นปาก ชะลอความแก่ ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับร่างกาย แถมยังป้องกันเชื้อโรคไม่ให้เข้าสู่ร่างกายอีกด้วย เมื่อทุกคนรู้ว่าการดื่มน้ำสำคัญอย่างนี้แล้วก็คงจะไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่าน้ำไม่สำคัญ แต่จะมีใครรู้บ้างหรือไม่ว่าการดื่มน้ำ ถ้าดื่มให้ถูกวิธีก็จะส่งผลให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อร่างกายของเรา โดยการดื่มน้ำให้ถูกวิธีก็จะมีวิธีการดังต่อไปนี้ ควรดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง นั่นก็คือน้ำที่ไม่เย็นไปไม่ร้อนไป ยกเว้นในตอนช่วงเช้าที่ควรดื่มน้ำอุ่นเพื่อช่วยในการขับถ่าย

0 Comments